• KamikazeGMBP Team

Advance ขึ้นมาอีกระดับกับงานเพียวคาร์บอน : Vacuum-Infusion/ Compression

บทความนี้เป็นการผลิตงาน "เพียวคาร์บอนไฟเบอร์ (Pure Carbon Fiber)" หรือชิ้นงานที่ประกอบไปด้วยคาร์บอนไฟเบอร์จริงๆทั้งชิ้น ข้อที่สองจากทั้งหมดสามหัวข้อ


  1. งานปูผ้าหรืองานหุ้ม (Carbon Fiber Lamination)

  2. งานเพียวคาร์บอนไฟเบอร์ (Pure Carbon Fiber) ประเภทดูดสุญญากาศ (Vacuum-Infusion/ Compression)

  3. งานเพียวคาร์บอนไฟเบอร์ (Pure Carbon Fiber) ประเภท Dry Carbon Fiber หรือ Pre-preg (Pre-Impregnated Carbon Fiber)


วิธีที่สองนี้ คือ งานเพียวคาร์บอนไฟเบอร์ (Pure Carbon Fiber) ประเภทดูดสุญญากาศ (Vacuum-Infusion/ Compression)


วิธีนี้จะให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นงานเพียวคาร์บอนไฟเบอร์ หรืองานคาร์บอนไฟเบอร์แท้ทั้งชิ้น ขั้นตอนการทำคือ ต้องมีแม่แบบ เบ้าหล่อ หรือโมล (Mold) เพื่อนำผ้าคาร์บอนไฟเบอร์ไปจัดเรียงในแม่แบบ แล้วจึงฉีดน้ำยาเข้าผ้า ดูดสุญญากาศ (Vacuum-Infusion) และนำไปอบความร้อน ในกรณีที่เป็นโมลแบบมีทั้งโมลตัวผู้และตัวเมีย จะอาศัยการอัดประกบกันของโมลทั้งสองแทน (Compression) หลังจากจบกระบวนการแล้ว จะได้เพียวคาร์บอนไฟเบอร์มาเพียงหนึ่งชั้น ซึ่งหากต้องการรีดคุณสมบัติที่แท้จริงของคาร์บอนออกมาแล้ว จะต้องมีเทคนิคการเลือกใช้ผ้า การผสมผสานผ้า การเรียงผ้าเพิ่มหลายๆชั้น ซึ่งแต่ละชั้นต้องผ่านกระบวนการเหล่านี้ใหม่หมดตั้งแต่แรก จึงจะออกมาเป็นงานเพียวคาร์บอนที่คุณสมบัติครบถ้วนได้


งานเพียวอิตาลีคาร์บอนไฟเบอร์หูกระจกข้างของ Mercedes-Benz

ข้อดีของงานเพียวคาร์บอนไฟเบอร์


  • ได้รับคุณสมบัติที่แท้จริงของคาร์บอนไฟเบอร์ คือ เบา แต่แข็งแรง และทนทานความร้อนสูง งานประเภทนี้จึงควรได้รับการเรียกว่า งานคาร์บอนไฟเบอร์ อย่างแท้จริง


  • ความสวยงามผิดกับงานปูผ้ามากเนื่องจากมีการดูดสุญญากาศ ลองนึกถึงเส้นใยผ้าเส้นเล็กๆหลายพันเส้นสานเรียงกัน แต่ก็ยังมีช่องว่างที่เป็นอากาศระหว่างเส้นใยอยู่ เมื่อเข้าขั้นตอนการดูดสุญญากาศแล้ว ช่องว่างที่เป็นอากาศเหล่านั้นจะโดนดูดออกและถูกแทนที่ด้วยน้ำยา บวกกกับเส้นใยที่โดนแรงดันสุญญากาศอัดให้แน่นจึงเข้ามาอยู่ชิดกันมากขึ้นจนแทบไม่เหลือช่องว่างอากาศ ผลลัพธ์ที่ได้คือ ความแข็งแรง ลายผ้าในแต่ละตารางดูเป็นสามมิติ ตาผ้าดูอวบอิ่มลักษณะเป็นเหมือนเม็ดข้าวญี่ปุ่นเรียงกัน มีการเล่นลวดลายของคาร์บอนตามทิศทางของแสงที่ตกกระทบ งานออกมาคม เฉียบ และบาง ตามรูปร่างของโมลที่ได้ใช้ 100% ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับประเภทของผ้าที่ใช้ และวัตถุดิบในขั้นตอน ระบบการผลิตต่างๆที่ผู้ผลิตเลือกใช้ตั้งแต่ต้นจนจบ จะได้กล่าวถึงในหัวข้อต่อไป


  • ทนทานต่อสภาพอากาศมาก แต่ก็มีข้อยกเว้น ไม่ใช่งานเพียวคาร์บอนทุกชนิดจะทนต่อสภาพอากาศ ความทนทานต่อสภาพอากาศนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัตถุดิบทุกๆอย่างที่ใช้ในการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบ ดังนั้น หากใช้วัตถุดิบที่ไม่ดี การยุบตัวของงาน การลอกของแลคเกอร์ ก็สามารถเกิดได้เช่นกัน เฉกเช่นเดียวกับงานประเภทปูผ้า ซึ่งก็สามารถพบได้ทั่วไปในงานเพียวคาร์บอนคุณภาพไม่ดีจากจีน


ภาพสองภาพด้านล่างนี้ เป็นรูปถ่าย close-up เปรียบเทียบงานเพียวคาร์บอนไฟเบอร์แบบดูดสุญญากาศ (รูปบน) กับงานปูผ้าหุ้มหูกระจก (รูปล่าง)


งานเพียวอิตาลีคาร์บอนหูกระจกข้างของ Mercedes-Benz

งานปูผ้าหุ้มหูกระจกจากคาร์บอนไฟเบอร์จีน

ข้อเสียของงานเพียวคาร์บอนไฟเบอร์


  • ขั้นตอนการผลิตงานประเภทนี้ต้องใช้ต้นทุนที่สูงมาก ตั้งแต่การทำแม่แบบ ต้องอาศัยการขึ้นแบบที่แม่นยำสูง หากผิดเพี้ยนไปนิดเดียวโมลนั้นต้องทิ้งแล้วทำขึ้นใหม่ รวมทั้งวัสดุที่ใช้ในการขึ้นแม่แบบ มีความแตกต่างกันตั้งแต่โมลปกติจนไปถึงโมลโลหะ ไปจนถึงการลงทุนเครื่องอบ และเครื่องดูดสุญญากาศ (Vacuum Chamber) ซึ่งต้องใช้เม็ดเงินมหาศาลในการลงทุน


  • ในแต่ละขั้นตอนตั้งแต่การเรียงผ้า การฉีดน้ำยา การดูดสุญญากาศ การอบ การขัดพื้นผิว การลงแลคเกอร์ ขั้นตอนเล่านี้ต้องทำตามลำดับเรียงกันไป หากทำพลาดแม้แต่น้อย ไม่ว่าในขั้นตอนใดตอนหนึ่ง ชิ้นงานนั้นถือว่าสูญเปล่าหรือใช้ไม่ได้ ต้องทิ้งสถานเดียว จึงส่งผลให้งานประเภทนี้มีราคาที่สูงกว่างานปูผ้าหลายเท่าตัว


  • เคล็ดลับ สูตรและเทคนิคในการทำงานประภทเพียวคาร์บอนไฟเบอร์ ในรายละเอียดเบื้องลึกนั้น เทคนิค ขั้นตอน รวมทั้งน้ำยาและอุปกรณ์ที่ใช้ เป็นความลับทางด้านงาน Research & Development ของแต่ละบริษัท ข้อมูลที่ทราบกันทั่วไปจะเป็นข้อมูลโดยคร่าวๆเท่านั้น


งานเพียวคาร์บอนระบบดูดสุญญากาศ ลิ้นต่อหน้าสำหรับ Mercedes E-Class Coupe'

  • ต้องการช่างฝีมือที่ชำนาญงานสูง สืบเนื่องจากหัวข้อที่กล่าวไว้ด้านบน ต้องมีช่างที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างชำนาญในแต่ละขั้นตอน งานเพียวคาร์บอนมีเทคนิคในการทำมากมาย เหมือนเช่นศิลปะแขนงหนึ่งที่ต้องอิงหลักทางวิทยาศาสตร์ หากช่างทำงานเสียไปไม่ว่าในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง สิ่งที่ได้คือ Burden Cost หรือต้นทุนของทางผู้ผลิตเองที่เพิ่มตามมา


  • ใช้เวลาในการผลิตนาน เพราะงานเพียวคาร์บอนไฟเบอร์ ไม่สามารถลัดข้ามขั้นตอน ไม่สามารถเร่งได้ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามสเปคที่ควรจะเป็น ไม่อย่างนั้นผลลัพธ์ที่ได้คืองานที่เสีย และต้องทิ้งเท่านั้น


  • การเรียงผ้ายากกว่างานปูผ้าหลายเท่าตัวหากต้องการงานที่สวยงาม แต่งานเพียวคาร์บอนสามารถเรียงผ้าออกมาได้สวยและไม่ยืดย้วยเหมือนเช่นในงานปูผ้า ซึ่งต้องอาศัยเทคนิคและฝีมือของช่างตามหัวข้อที่กล่าวมา


ข้อเสียเหล่านี้เอง เป็นข้อเสียของผู้ผลิตที่กลับกลายเป็นผลดีกับผู้บริโภคที่ต้องการเสพงานคาร์บอนชั้นดี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับบริษัทแต่ละที่ว่าจะเลือกใช้วัตถุดิบ เครื่องมือ มี R&D และฝีมือของช่างในการผลิตแต่ละขั้นตอนดีมากน้อยเพียงใด


“อาจมีพ่อค้าหัวใส นำงานเพียวคาร์บอนไฟเบอร์เข้ามา แต่อันที่จริงแล้ว เป็นเพียวคาร์บอนไฟเบอร์เพียงแค่ “ชั้นนอกสุดชั้นเดียว” ! ส่วนด้านในถัดลงมาเป็นงานไฟเบอร์ธรรมดาที่เสริมโป้ะเข้าไปเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้ชิ้นงาน ซึ่งเป็นการลดต้นทุนการผลิต ดังที่เห็นได้ทั่วไปในงานคาร์บอนจีนในปัจจุบัน งานประเภทนี้ จัดว่าเป็นงานเพียวคาร์บอนปลอม เพราะเราก็ยังไม่ได้รับคุณสมบัติที่แท้จริงของคาร์บอนไฟเบอร์จากงานแบบนี้เช่นกัน”

บทความถัดไปเป็นการผลิตงานเพียวคาร์บอนไฟเบอร์ (Pure Carbon Fiber) ประเภท Dry Carbon Fiber หรือ Pre-preg (Pre-Impregnated Carbon Fiber) สามารถตามลิ้งด้านล่างไปได้เลยครับ


  1. อะไรคือ คาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon Fiber) กันแน่

  2. งานปูผ้า งานหุ้ม หรืองาน Laminated

  3. งานเพียวคาร์บอนไฟเบอร์ (Pure Carbon Fiber) ประเภทดูดสุญญากาศ (Vacuum-Infusion/ Compression) (บทความนี้)

  4. งานเพียวคาร์บอนไฟเบอร์ (Pure Carbon Fiber) ประเภท Dry Carbon Fiber หรือ Pre-preg (Pre-Impregnated Carbon Fiber)

0 views

© 2018 Kamikazegmbp LLC, All right reserved.

  • w-facebook
  • White Instagram Icon